สมัชชาคนจนออกเดินรณรงค์สร้างความเข้าใจสาธารณะ

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

ช่วงเช้าของวันที่ 14 ต.ค.2562

สมัชชาคนจน ณ สถานที่ปักหลักชุมนุม ถนนลูกหลวงข้างกระทรวงศึกษาธิการ เวทีกลางได้จัดแบ่งผู้ชุมนุมออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 100 คน เพื่อเดินรณรงค์แจกใบปลิวสร้างความรู้ความเข้าใจอันดีกับประชาชนต่อการชุมนุมในครั้งนี้ ถึงเหตุผลและความจำเป็นในการชุมนุมเรียกให้รัฐบาลแก้ไขปัญหา

เส้นทางที่ 1 จากที่ชุมนุม เดินไปตลาดเทเวศน์ ผ่านแยกเทเวศน์ เดินตามถนนสามเสนและถนนจักรพงษ์ จนถึงตลาดบางลำภู เดินผ่านวัดบวรนิเวศน์วรวิหาร ผ่านแยกวิสุทธิกษัตริย์ และกลับถึงสถานที่ชุมนุม

เส้นทางที่ 2 จากที่ชุมนุม เดินตามถนนราชดำเนินนอก ผ่านอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถึงมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

เวลา 11.30 น. เข้าร่วมการแถลงข่าว People Go Network เดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญร่วมกับ ครช. ณ ห้องประชุมคณะสังคมวิทยาและมนุษยวิทยา ชั้น 4 อาคารคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

โดยมีเนื้อหาเอกสาร(ใบปลิว)ในการรณรงค์ ดังนี้

“พ้นจากความจนจึงต้องเดินขบวน” สมัชชาคนจน (สคจ.) เป็นองค์กรชาวบ้านที่มีสมาชิกทั้งคนจนในชนบท และคนจนในเมือง พวกเราเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากนโยบายการพัฒนาของรัฐ  และได้รับความเดือดร้อนจนไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ตามวิถีปกติ  พวกเราจึงต้องรวมตัวกันออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหานับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 จนถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า 20ปี ผ่านมาแล้ว 10 รัฐบาล การแก้ไขปัญหาก็ยังไม่ได้ข้อยุติแต่อย่างใด

ปัจจุบันสมัชชาคนจนมีเรื่องร้องเรียนต่อรัฐบาล 35 กรณี เช่น ปัญหาราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ ปัญหาการสร้างเขื่อนทำให้สูญเสียที่ดิน สูญเสียอาชีพ ปัญหาการประกาศเขตป่าทับที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน และถูกขับไล่ออกจากที่ดินตามนโยบายทวงคืนผืนป่า ปัญหาการประกาศเขตที่ดินสาธารณประโยชน์ทับที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน ปัญหาการละเมิดสิทธิแรงงาน เป็นต้น สาเหตุของปัญหาเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เกิดมาจากนโยบายการพัฒนาและการใช้อำนาจของรัฐในการออกกฎหมายที่ไม่เห็นหัวคนจน เพื่อแย่งชิงทรัพยากรและขูดรีดแรงงานของพวกเราเพื่อไปพัฒนาเมือง

พวกเราหยุดการเคลื่อนไหวไปประมาณ 10 ปีเพราะปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศเป็นปัญหาหลักในสังคม  และเมื่อมีการรัฐประหารในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา  พวกเราก็มีความเห็นร่วมกันว่าพวกเราต้องคัดค้านการรัฐประหารและจะไม่สังฆกรรมกับเผด็จการ แต่ในปัจจุบันมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และรัฐบาลได้ทำหน้าที่บริหารมาเป็นเวลาพอสมควรแล้ว โดยเฉพาะหากนับเวลารวมไปกับห้าปีที่ผ่านมาของคณะรัฐประหารก็ถือได้ว่ารัฐบาลได้ทำหน้าที่มาอย่างยาวนาน และเพียงพอที่จะรับรู้เรื่องราวปัญหาต่างๆของสมัชชาคนจนได้เป็นอย่างดี จึงเป็นเวลาอันสมควรที่พวกเราจะออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาได้แล้ว

การชุมนุมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปกป้องสิทธิอันพึงมีพึงได้ของเรา ซึ่งมิได้หมายถึงเพียงแค่กรณีปัญหาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าที่ยืดเยื้อยาวนานเท่านั้น หากแต่ยังหมายรวมถึงการเรียกร้องสิทธิทางนโยบายที่รัฐบาลประกาศออกมาริดรอนละเมิดสิทธิของพวกเรา และยังหมายถึงความตั้งใจของพวกเราที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นรัฐธรรมนูญตามระบอบประชาธิปไตยอย่างที่พวกเราเรียกว่า“ประชาธิปไตยที่กินได้ การเมืองที่เห็นหัวคนจน”อย่างมั่นคงและเท่าเทียม พวกเราได้เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาโดยให้รัฐบาลต้องฟังเสียงของพวกเรา เอาปัญหาของพวกเราเป็นตัวตั้งเฉพาะกลุ่มเฉพาะราย และรัฐต้องกระจายอำนาจการตัดสินใจไปสู่ชุมชนและท้องถิ่นเพื่อให้พวกเรามีอำนาจในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งที่ดิน น้ำ ป่า แร่ เป็นต้น และได้รับความเป็นธรรมจากการจ้างงาน

ด้วยเหตุผลตามที่ได้กล่าวมาข้างต้น สมัชชาคนจนจึงได้จัดการชุมนุมเพื่อเรียกร้องให้มีการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนและมีกิจกรรมรณรงค์ในช่วงการเคลื่อนไหว เพื่อให้มีการเจรจา “อย่างเสมอหน้า”  กับรัฐบาล สมัชชาคนจนจึงขอประกาศยืนหยัดในการปักหลักชุมนุม  จนกว่าจะเกิดการเจรจาอย่างเสมอหน้ากับฝ่ายรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาเพื่อให้ได้ข้อยุติที่เป็นรูปธรรมต่อไป พวกเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะเข้าใจเหตุผลและความจำเป็นที่สมัชชาคนจนได้ออกมารณรงค์เรียกร้องแก้ไขปัญหาในครั้งนี้

กลุ่มสื่อเสียงคนอีสาน : รายงาน

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ราบรื่นถกนัดแรกคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาเขื่อนหัวนา (กรณีสมัชชาคนจนเขื่อนหัวนา)

วันที่ 15 ม.ค.2563 ผู้ว่าราชการฯ นายวัฒนา พุฒิชาติ มอบหมาย นายสมชัย คล้ายทับทิม รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธาน ณ ศาลากลางจังหวัด สรุปภาพรวมมติที่ประชุมคณะอนุกรรมการฯ ราบรื่นเป็นไปตามแนวทางและมติที่คณะกรรมการแก้ไขปัญหาโครงการเขื่อนหัวนา (ชุดใหญ่) ที่มีรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ที่ประชุมเมื่อวันที่ 26 พ.ย.2562 ที่ผ่านมา วันนี้ที่ประชุมคณะอนุกรรมการฯ มีมติดังนี้ 1) แต่งตั้งคณะทำงานระดับอำเภอ 5 อำเภอ 2) แต่งตั้งคณะทำงานระดับตำบล 3) แต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบทรัพย์สิน 4)คณะทำงานตรวจสอบขอบเขตพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเพิ่ม(ค่าX)

“ประวิตร” นั่งประธาน ถก คณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติ ใช้กฎหมายเป็นธรรม มุ่งสู่การทำประมงยั่งยืน และเป็นสากล

การประชุมคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2563 วันที่ 8 มกราคม พ.ศ.2563 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ ทราบสถานการณ์ เกี่ยวกับการทำประมงและแรงงานภาคประมงในภาพรวมติดตามและตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง