วังปลากุดเวียงคำ (แหล่งอนุรักษ์พันธุ์ปลาชุมชน)

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

โครงการศึกษาวิจัยพันธุ์ปลาเพื่อการอนุรักษ์ความหลากหลายพันธุ์ปลาในป่าบุ่งป่าทามแม่น้ำมูล (Research on fish reproduction for environmental conservation across the Mun River Basin)

องค์กรความร่วมมือ : Mekong Watch / สมาคมชุมชนประมงน้ำจืดภาคอีสาน (ศรีสะเกษ)

1. ประวัติความเป็นมา

ชาวบ้านโนนเวียงคํา เป็นกลุ่มชนชาติพันธุ์เยอ จากการศึกษาเรื่องเล่าที่สืบต่อกันมา พญากตะศิลา ซึ่งถือว่าเป็นบรรพบุรุษของชาวเยอ ได้นําเอาไพร่พลหนีภัยสงคราม มาจากเวียงจันทน์ ประเทศลาว เข้าสู่ดินแดนอีสาน ล่องเรือทวนน้ำมาจอดพักที่บริเวณกุดแคนและขึ้น ฝั่งบริเวณท่าวัดใต้เพื่อสำรวจพื้นที่ในการที่ก่อตั้งบ้านเรือน จึงมาพบบริเวณบึงคงโคกซึ่งเป็นที่โนนมี “แม่น้ำมูล” ล้อมรอบเหมาะแก่การป้องกันข้าศึกและยากต่อการเข้าโจมตี จึงได้ตัดสินใจสร้างบ้านแปลงเมือง ที่บริเวณนี้ เมื่อเหตุการณ์สงบลงแล้ว ผู้คนมีจํานวนเพิ่มมากขึ้น จําเป็นจะต้องขยายอาณาเขตพื้นที่ที่หาอยู่หากินง่ายอยู่ใกล้กับแม่น้ำ มีความอุดมสมบูรณ์ ดังนั้น จึงได้มีชาวเยอบางส่วนได้ย้ายออกมาตั้ง บ้านแห่งใหม่ ได้แก่ บ้านก่อ (วัดร้างบ้านก่อในปัจจุบัน) เนื่องจากต้องการมาหาพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ไม่ ไกลจากแม่น้ำมูล เริ่มแรกมีผู้คนที่ย้ายมาปลูกบ้านอยู่ในบริเวณใกล้ๆ กันประมาณ 10 หลังคาเรือน

ต่อมาได้เกิดโรคระบาด โรคฝีดาษ โรคห่า หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “โรคขี้ทูต” ทําให้ผู้คนในหมู่บ้านติดโรคระบาด ล้มตายเป็นจํานวนมาก และเพื่อหนีภัยโรคระบาดจึงเกิดการอพยพออกจากพื้นที่ไปหาที่อยู่แห่งใหม่ บางครอบครัวย้ายไปอยู่ที่ต่างจังหวัด บางส่วนย้ายออกไปตั้งบ้านใหม่อยู่บริเวณใกล้บริเวณบ้านท่า เช่น บ้านโนน เป็นต้น เมื่อโรคระบาดหมดไปแล้ว มีชาวเยอบางส่วนอพยพกลับมาตั้งบ้านเรือนใกล้กับบริเวณ บ้านใหญ่และบ้านโนน และเมื่อประชากรเพิ่มมากขึ้น ต่อมาจึงแยกออกมาเป็น “บ้านโนน เวียงคํา” โดยมีฐานทรัพยากรสำคัญที่ชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์และพึ่งพา คือ กุดเวียงคำ ชาวบ้านโนนเวียงคำประโยชน์ร่วมกัน กับบ้านโนน พื้นที่บุ่งทามจึงเป็นแหล่งรายได้ของชาวบ้านตลอดทั้งปีคือ การทําประมงน้ำจืด (หาปลา) มี ไข่มดแดง มันแซง การทํานา ทําสวน ทําไร่ ด้วยแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ จึงสามารถเป็นได้ทั้งเพื่อการยังชีพและเพื่อการค้าขายได้ตลอดปี ถือเป็นความมั่นคงทางอาหารที่สำคัญของชุมชน

ที่ตั้งของชุมชน  บ้านโนนเวียงคํา  หมู่ 11 ตําบลเมืองคง อําเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ อยู่ติดกับถนนสายยางชุมน้อย-ราษีไศล อยู่ห่างจากตัว อําเภอราษีไศล 2.5 กิโลเมตร  อยู่ห่างจากตัว จังหวัดศรีสะเกษ 39.5 กิโลเมตร

ทิศเหนือ          ติดกับ  ต.เมืองแคน อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ
ทิศใต้              ติดกับ  แม่น้ำมูล
ทิศตะวันออก     ติดกับ  บ้านยาง ต.เมืองแคน อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ
ทิศทิศตะวันตก   ติดกับ  บ้านโนน ต.เมืองคง อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ

2. ระบบนิเวศและสภาพแวดล้อมกุดเวียงคำ

ลักษณะภูมิประเทศ บ้านโนนเวียงมีพื้นที่ที่ใช้ในการทํามาหากิน คือ ด้านทิศเหนือ ของหมู่บ้านเป็นพื้นที่ในการทํานาทุ่ง ทําสวนและทําไร่ ทิศใต้ของหมู่บ้านติดกับแม่น้ำมูลและพื้นที่ ทามหนองอึ่ง เป็นพื้นที่ในการประกอบอาชีพ เช่น การทํานาทาม นาปรัง และหาปลา เป็นต้น และยังเป็นพื้นที่ในการหาอาหาร เช่น สัตว์บก สัตว์น้ำ ครึ่งบกครึ่งน้ำ พืชผักและผลไม้ ฯลฯ บ้านโนนเวียงคํา เป็นหมู่บ้านที่ค่อนข้างมีทําเล ที่ตั้งหมู่บ้านที่เหมาะสมเนื่องจากอยู่ใกล้แหล่งน้ำ ไม่ว่าจะเป็นแม่น้ำมูล กุดเวียงคําหรือแหล่งน้ำอื่นๆ ในบริเวณใกล้เคียง นอกจากนี้ยังใกล้ป่าชุมชน “ดงภูลอย” พื้นที่ป่าดังกล่าวอยู่ในเขตตําบลเมืองแคนเชื่อมต่อกับตำบลเมืองคง ซึ่งชาวบ้านใช้เป็นหาแหล่งหาอาหาร และสร้างรายได้เสริมจากการเก็บหาของป่าซึ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติในบริเวณป่าดังกล่าว

ลักษณะทางกายภาพ บ้านโนนเวียงคํา ตําบลเมืองคง ลักษณะเป็นที่ราบลุ่มริมฝั่งแม่น้ำมูล สภาพพื้นดิน เป็นดินร่วนปนทราย น้ำหลากในฤดูฝน อยู่ฝั่งซ้ายของแม่น้ำมูล มีป่าไม่พุ่มเตี้ยเป็นบางส่วน พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่นาปลูกพืชผักสวนครัวและการปศุสัตว์ ชาวบ้านส่วนใหญ่ครอบครองค่อนข้างน้อย เพราะโดยมากจะ ใช้พื้นที่บุ่งทาม ซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะในการหากินร่วมกันกับสมาชิกในชุมชน โดยมีรูปแบบกิจกรรมการผลิต คือ การจับปลาหรือการจับสัตว์น้ำขนาดเล็กต่างๆ การปลูกผักและนำมาขายที่ตลาดสดอำเภอราษีไศล และหาของป่า ตามฤดูกาล เช่น ผักติ้ว หาไข่มดแดง เมื่อถึงฤดูฝน จะหาเก็บเห็ด หน่อไม้ ผักทาม ซึ่งเป็นกิจกรรมการผลิต ที่พึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติเป็นหลัก

หมู่บ้านโนนเวียงคำ หมู่ 11 มีจำนวน 125 ครอบครัว 450 คน คนในหมู่บ้านหาปลาเป็นอาชีพหลัก ประมาณ 30-40 ครัวเรือน โดยใช้เครื่องมือประมง คือ มอง แห ฉมวก(ใช้เฉพาะช่วงเวลากลางคืน) และคนในหมู่บ้าน อีกส่วนหนึ่งจะหาของป่าตามฤดูกาล หน้าที่ส่วนใหญ่ของหมู่บ้านแห่งจะทำหน้าที่ในการเป็นแม่ค้า ไปขายของที่ตลาด สดอำเภอราษีไศล ในด้านของการเลี้ยงวัวควาย มีจำนวน 4-5 ครอบครัว นอกนั้นเป็นการเลี้ยงปศุสัตว์ขนาดเล็ก เช่น หมู ไก่ เป็ด ฯลฯ

วัดป่ากุดเวียงคำ มีพื้นที่ ประมาณ 20 ไร่ สมาชิกในชุมชน ร่วมกันสร้างข้อตกลงในการใช้ทรัพยากรป่าร่วมกัน โดยมีข้อห้ามในการล่าสัตว์ป่า เช่น มดแดง มิ้ม ต่อ แต่สามารถเก็บของป่าจำพวก พืช ผัก ได้

กุดเวียงคำ ตามทะเบียน นสล. มีพื้นที่ 370 ไร่ เป็นพื้นที่ที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำมูล ในกุดมีเยาะเก่าที่สามชิกในชุมชนได้เข้าไปใช้ประโยชน์ ประมาณ 100 เยาะ มีประมาณ 7 หมู่บ้านหลักที่เข้ามาใช้ประโยชน์ร่วมกัน คือ บ้านโนนเวียงคำ บ้านใหญ่ บ้านแสง บ้านยาง บ้านเมืองแคน บ้านไผ่ และบ้านคูสระ ปัจจุบันกุดเวียงคำยังสภาพระบบนนิเวศอันอุดมสมบูรณ์ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ยังไม่ได้ขุดลอก เช่นเดียวกันกับพื้นที่กุดน้ำใส กุดอีจ้อน แม้ว่าหน่วยงานรัฐจะมีความพยายามเข้ามาทำโครงการเพื่อขุดลอกกุดแห่งนี้ แต่ถูกคัดค้านจากผู้นำชุมชน ชาวบ้านที่ใช้ประโยชน์และพระผู้ใหญ่ในวัดป่ากุดเวียง ที่ตระหนักถึงผลกระทบที่จะส่งผลต่อการหาอยู่หากินของคนในชุมชน

กุดเวียงคำยังเป็นพื้นที่แหล่งอนุรักษ์พันธุ์ปลากุดเวียงคำ (วังปลาชุมชน) เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 โดยได้รับ ความร่วมมือจากสมาชิกในชุมชนและชุมชนใกล้เคียง รวมทั้งได้รับการสนับสนุนพันธุ์ปลาจากหน่วนงานต่างๆ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความหลากหลายของพันธุ์สัตว์น้ำและการดำรงชีพอย่างยั่งยืน จากการเก็บข้อมูลเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562  ณ บ้านผู้ใหญ่อาทิตย์ กตะศิลา ตำบลเมืองคง อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ พบ หอย 8 ชนิด กุ้ง เต่า ปู และประเภทปลา ปลาหนัง (ไม่มีเกล็ด) จำนวน 26 ชนิด และปลามีเกร็ด จำนวน 37 ชนิด รวม 63ชนิด และบอกถึงแหล่งที่อยู่อาศัย ฤดูที่จับปลาได้ ช่วงเวลาที่วางไข่ อาหารของสัตว์น้ำ และเครื่องมือประมงที่สามารถจับปลาได้ โดยมีรายละเอียดดังตารางนี้

3. แหล่งอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำกุดเวียงคำ บ้านโนนเวียงคำ

พื้นที่แหล่งอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำกุดเวียงคำ ได้นําเอาวัฒนธรรม ประเพณี ที่เป็นความเชื่อของชาวบ้านมาเป็น จุดศูนย์รวมของชุมชน ใน การรวมพลังอนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่ทามและแม่น้ำมูน เพื่อการอนุรักษ์สัตว์น้ำ การสร้าง เขตการ อนุรักษ์หรือวังปลาเพื่อการอนุรักษ์พันธุ์ปลา ในพื้นที่ “กุดเวียงคำ” ซึ่งอยู่บริเวณหน้าวัดป่ากุดเวียงคำ ที่ชาวบ้านในทั้ง ตำบลเมืองคงได้รวมกันกั้นเขตเอาไว้แล้ว ในวันที่ 25 กรกฎาคม 2553 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลที่เกิดจากงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น ในอนาคตชุมชนต้องร่วมมือกันอนุรักษ์พันธุ์ปลาทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับ ภูมิภาค / ภาคี เพื่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ลักษณะพื้นที่กุดเวียงคำ เป็นขี้เลน (ตม) ลึกประมาณครึ่งเข่า ชาวบ้านตั้งข้อสังเกตุว่า ปริมาณปลา ในกุดเวียงคำมีเพิ่มมากขึ้น ในช่วงระยะ 10 ปีที่ผ่านมา อันเนื่องมาจากหลายเหตุปัจจัย คือ ประการแรก เป็นพื้นที่ใน การจัดทำแหล่งอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำ ประการที่สอง คือ ชาวบ้านมีความเข้มแข็งในการคัดค้านขุดลอกกุดเวียงคำ และประการที่สาม คือ มีการปลูกบัวชมพูในกุดเวียงคำ บัวเกิดการแพร่ขยาย ส่งผลให้การเข้าไปใช้ประโยชน์ของชาวบ้านค่อนข้างลำบาก พื้นที่บริเวณนี้จึงกลายเป็นแหล่งหลบซ่อนของสัตว์น้ำหลากหลายชนิด

4. ผลที่เกิดขึ้นจากการทำแหล่งอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำ

4.1 ชาวบ้านในชุมชนและชุมชนใกล้เคียง เห็นความสำคัญในการจัดทำวังปลาชุมชน

4.2 วังปลา หรือแหล่งอนุรักษ์พันธุ์ปลา ถูกนำมาเป็นเครื่องมือในการคัดค้านโครงการขุดลอกกุดเวียงคำ

4.3 หน่วยงานรัฐในท้องถิ่นให้ความสำคัญในการดำเนินของชุมชนมากขึ้น

5. ข้อเสนอแนะจากชุมชน

ปัจจุบันแม้ว่าชุมชนจะเห็นความสำคัญของการสร้างแหล่งอนุรักษ์พันธุ์ปลา แต่การดูแล รักษา และการไปให้อาหารปลายังมีความลำบาก เนื่องจากทางลงไปยังแหล่งอนุรักษ์มีความสูงชัน ทำให้การเดินขึ้นลงไม่สะดวกมากนัก ชุมชนจึงมีข้อเสนอ : การก่อสร้างทางขึ้น-ลง ไปยังแหล่งอนุรักษ์พันธุ์ปลาให้มีความสะดวกมากยิ่งขึ้น

6. รายชื่อพันธุ์ปลาในพื้นที่วังปลาชุมชนกุดเวียงคำ

ปลาหนัง
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ราบรื่นถกนัดแรกคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาเขื่อนหัวนา (กรณีสมัชชาคนจนเขื่อนหัวนา)

วันที่ 15 ม.ค.2563 ผู้ว่าราชการฯ นายวัฒนา พุฒิชาติ มอบหมาย นายสมชัย คล้ายทับทิม รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธาน ณ ศาลากลางจังหวัด สรุปภาพรวมมติที่ประชุมคณะอนุกรรมการฯ ราบรื่นเป็นไปตามแนวทางและมติที่คณะกรรมการแก้ไขปัญหาโครงการเขื่อนหัวนา (ชุดใหญ่) ที่มีรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ที่ประชุมเมื่อวันที่ 26 พ.ย.2562 ที่ผ่านมา วันนี้ที่ประชุมคณะอนุกรรมการฯ มีมติดังนี้ 1) แต่งตั้งคณะทำงานระดับอำเภอ 5 อำเภอ 2) แต่งตั้งคณะทำงานระดับตำบล 3) แต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบทรัพย์สิน 4)คณะทำงานตรวจสอบขอบเขตพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเพิ่ม(ค่าX)

“ประวิตร” นั่งประธาน ถก คณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติ ใช้กฎหมายเป็นธรรม มุ่งสู่การทำประมงยั่งยืน และเป็นสากล

การประชุมคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2563 วันที่ 8 มกราคม พ.ศ.2563 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ ทราบสถานการณ์ เกี่ยวกับการทำประมงและแรงงานภาคประมงในภาพรวมติดตามและตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง