วังปลาท่าหัวภู (แหล่งอนุรักษ์พันธุ์ปลาชุมชน)

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

โครงการศึกษาวิจัยพันธุ์ปลาเพื่อการอนุรักษ์ความหลากหลายพันธุ์ปลาในป่าบุ่งป่าทามแม่น้ำมูล (Research on fish reproduction for environmental conservation across the Mun River Basin)

องค์กรความร่วมมือ : Mekong Watch / สมาคมชุมชนประมงน้ำจืดภาคอีสาน (ศรีสะเกษ)

1. ประวัติความเป็นมา

            ครั้งแรกจากการเล่าขานต่อกันว่า ประมาณ 200 ปีมาแล้ว บริเวณป่าดงภูดินเป็นป่า ที่มีต้นไม้ใหญ่อย่างหนาแน่นเป็นจำนวนมาก มีความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งต่อมาคุณพระชนะ ซึ่งเป็นผู้มีตำแหน่งขุนนางและมีฐานะ เดิมอยู่บ้านห้วย อำเภอราษีไศล ซึ่งอยู่อีกฝั่งหนึ่ง ของแม่น้ำมูลได้ใช้ช้างเป็นพาหนะเดินทางมาตั้งถิ่นฐานที่อยู่ใหม่ เมื่อเดินทางมาถึงก็ ได้สำรวจและเห็นว่าบริเวณนี้มีความอุดมสมบูรณ์ จึงได้ตั้งถิ่นฐานอยู่ และต่อมาญาติของ คุณพระชนะ ก็ได้เดินทางมาอยู่ด้วยกันโดยปลูกต้นไม้กระบองเพชรเป็นรั้วแสดงอาณาเขต และต้นมะเยาว์ หรือต้นสี่หลอดไว้บริเวณรอบๆบ้าน และต่อมาชาวบ้านจากถิ่นต่างๆ ก็ได้ อพยพเข้ามาอยู่จนเกิดเป็นชุมชนใหญ่บนป่าดงภูดิน ตั้งชื่อว่า “บ้านผึ้ง” การเข้ามาอยู่ครั้งแรก ไม่สามารถทราบข้อมูลได้ ต่อมาได้แยกหมู่บ้านออกเป็น 2 หมู่ จากเดิมมีเพียงบ้านผึ้ง หมู่ 4 คือ แยกเพิ่มเป็น หมู่ 14 ตำบลหนองแค อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ

บ้านผึ้งตำบลหนองแค อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษมีจำนวน 2 หมู่ คือ หมู่ 4 กับ หมู่ 14 หมู่บ้านแห่งนี้ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของอำเภอเมืองศรีสะเกษ ห่างจากอำเภอเมืองตามทางหลวงสายราษีไศล-ศรีสะเกษ ประมาณ 45 กิโลเมตร หมู่บ้านผึ้งอยู่ระหว่างเส้นทางหลวงอำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษและอำเภอโพนทราย จังหวัดร้อยเอ็ด โดยมีอาณาเขต ดังนี้

      ด้านทิศตะวันออก ติดต่อกับบ้านเพียมาตร

      ด้านทิศตะวันตก ติดต่อกับ ลำน้ำเสียว

      ทิศเหนือ ติดต่อกับ บ้านมะยาง

      ทิศใต้ ติดต่อกับ แม่น้ำมูล

ชาวบ้านผึ้งและหมู่บ้านใกล้เคียงเข้ามาใช้ประโยชน์ในการหาอยู่หากิน เช่น การทำประมงในแม่น้ำมูล การจับสัตว์น้ำขนาดเล็กในพื้นที่บุ่งทาม นอกจากนั้นในช่วงฤดูน้ำลดพื้นที่เหล่านี้จะกลายเป็นพื้นที่เลี้ยงสัตว์ของชาวบ้าน และพื้นที่ปลูกข้าวไร่ ปอ และพืชชนิดอื่นๆ

2. ระบบนิเวศและสภาพแวดล้อม

บ้านผึ้ง มีอาณาบริเวณที่ล้อมรอบไปด้วยพื้นที่ราบลุ่ม เหมาะแก่การเพาะปลูกทำการเกษตร  ไม่ว่าจะเป็นการปลูกข้าว ปลูกปอ และพื้นไร่อื่นๆ ที่สำคัญพื้นที่แห่งนี้ยังเหมาะกับการทำการประมงทั้ง ในแม่น้ำมูลและลำน้ำเสียวพื้นที่บริเวณที่แม่น้ำมูลไหลผ่านนี้ เรียกว่า “แม่น้ำมูลตอนตอนกลาง” เป็นพื้นที่รอยต่อระหว่างจังหวัดสุรินทร์ เรื่อยลงมาจนถึงเขตพื้นที่ อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ และอำเภอโพนทราย จังหวัดร้อยเอ็ด  ประสิทธิ์  คุณุรัตน์ และคณะ (2536)ได้กล่าวถึงแม่น้ำมูลบริเวณนี้ว่า เป็นช่วงที่กระแสน้ำไหลแรงและมีความคดเคี้ยวตามพื้นที่ราบลุ่ม เมื่อฤดูน้ำหลากมาถึงในช่วง เดือนสิงหาคม บริเวณนี้จะกลายเป็นพื้นที่น้ำท่วมขนาดใหญ่เป็นระยะเวลา 3-4 เดือน หลังจากนั้น น้ำจะค่อยลดระดับลงไป หากแต่ยังคงหลงเหลือความอุดมสมบูรณ์ที่ฝากไว้กับผืนดิน แม่น้ำ และสัตว์น้อยใหญ่ ถือว่าเป็นการจัดสรรของธรรมชาติอย่างสมดุล การพัดไหลมาของตะกอนดินที่เป็นธาตุอาหารเหมาะกับการเจริญเติบโตของพืชและสัตว์ ชาวบ้านเรียกป่าประเภทนี้ว่า  “ป่าบุ่งป่าทาม” หรือ พื้นที่ชุ่มน้ำ (Wetland) ซึ่งมีลักษณะของสังคมพืชพรรณในป่าบุ่งป่าทามจะเป็นพืชตระกูล ไม้พุ่มไม้ยืนต้น ขนาดกลาง หญ้า และเถาวัลย์หรือเครือต่างๆ มีคุณสมบัติสามารถทนต่อภาวะน้ำท่วม ในฤดูหลากได้ เป็นอย่างดี ซึ่งพื้นที่ราบลุ่มริมฝั่งน้ำและป่าในลักษณะดังกล่าวชาวบ้านเรียกโดยรวมว่า บุ่งทามหรือทาม

พื้นที่แม่น้ำมูลและพื้นที่บุ่งทามในยุคก่อนสร้างเขื่อนราษีไศล

ถือเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญของผู้คนแถบนี้ จากการสัมภาษณ์กลุ่มย่อย เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 พบว่า สัตว์น้ำขนาดเล็กที่อยู่ในพื้นที่ป่าบุ่งป่าทาม สามารถสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนที่พึ่งพาฐานทรัพยากร แห่งนี้ โดยเฉพาะสัตว์น้ำขนาดเล็กในพื้นที่น้ำตื้น ประเภทจำพวกหอย กบ ปลา โดยมีรายละเอียด ดังนี้

  • หอยกาบเล็ก จะขายกิโลกรัมละ 2-3 บาท และยังสามารถนำเอาเปลือกมาทำเป็นช้อนตักแกง ชาวบ้านที่ไปเลี้ยงควายหรือทำกิจกรรมในทาม เมื่อถึงเวลาพักกินข้าวในช่วงเวลากลางวัน หากไม่มีช้อน จะใช้เปลือกหอยแทน
  • หอยอีโหมะ (หอยกาบใหญ่) มีลักษณะเปลือกหนา มีน้ำหนักประมาณ 4-5 ขีด ปัจจุบันเหลือน้อยมาก การใช้ประโยชน์ของเปลือกหอยโหมะ ในอดีตนั้นชาวบ้านจะเอามาใช้ขูดขี้ทา เพื่อเอาดินมาต้มเกลือ หรือสามารถนำขูดมะละกอได้ นอกจากนี้เนื่องจากเป็นเปลือกหอยที่มีขนาดใหญ่ ชาวบ้านยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการทำช้อนตักข้าว ทำทัพพีตักเกลือจากฮางเกลือ
  • ประเภทจำพวกหอยนก หอยกาบแบน หอยกาบลาย หอยทราย หอยจูบ หอยลายน้อย (มีลักษณะคล้ายกับหอยจูบ) หอยประเภทนี้ ขายได้ราคาดี เพราะมรสชาติที่อร่อย ราคาขายอยู่ที่ประมาณ 7-12 บาท

  • หอยโข่ง (ปัจจุบันไม่พบแล้ว) ในช่วงอดีตสามารถหาได้ในช่วงเดือน เมษายน-พฤษภาคม ชาวบ้านได้เล่าถึงวิถีในการหาหอยในอดีตว่า “เมื่อลงไปถึงพื้นที่ในการหาหอย ชาวบ้านจะทำการก่อไฟและตั้งน้ำร้อนรอ เมื่อได้หอยตามจำนวนที่ต้องการ จะนำมาต้มในหม้อที่เตรียมไว้ แล้วเอามาล้าง ประมาณ 2 ครั้ง และจะทำการแกะเปลือก เอาเพียงตัวหอยกลับบ้านเท่านั้น” เนื่องจากการหาหอยในแต่ละครั้ง หาได้ปริมาณมาก เป็นเหตุให้ชาวบ้านนำกลับไปที่บ้านไม่ไหว
  • กบทาม ไม่เหมือนกบนา มีลักษณะตัวใหญ่กว่ากบนา ปัจจุบันกบทามจะสามารถจับได้ในพื้นที่ที่น้ำท่วมไม่ถึง เช่น พื้นที่ตำบลท่าหาดยาว อยู่บริเวณฮอง โดยจะมีสังคมพืช เช่น ต้นพู้พี้ บุ่งเบญ บุ่งหนามขี้บ่อ ซึ่งกบจะเข้างัย ข้างๆฮ่องในพื้นที่นั้นๆ
  • ปลาตองกาย ปลานาง มักจะวางไข่ในโพง ในหิน ส่วนปลาบู่มักวางไข่ในพื้นที่บริเวณริมตลิ่ง เกาะพุ่มไม้กิ่งไม้
  • ปลาก่า มีจำนวน 3 ชนิด คือ ปลาก่าดำ ปลาก่าก้อม ปลาก่าใหญ่ (ปลามีเกล็ด) ซึ่งมักวางไข่ตามบริเวณที่มีจอก แหน
  • ปลาปึ่ง เป็นปลาที่วิ่งไปไข่เหนือน้ำ มักไปเป็นคู่ๆ ในช่วงน้ำหลากประมาณพฤษภาคม จะเริ่มเห็นปลาไข่แล้ว
  • ปลานาง ชาวบ้านเล่าว่า ปลาชนิดนี้ไม่พบมาช่วงระยะเวลาหนึ่ง ต่อมาในช่วงน้ำท่วมปี 2545 เป็นปีที่ท่วมหนัก กลับพบปลานางเข้ามาในพื้นที่แม่น้ำมูลอีกครั้ง ในปัจจุบัน พบว่ามี ปริมาณของปลานาง กุ้ง เป็นจำนวนมาก ลักษณะการวางไข่ของปลา จะไปวางไข่ที่อื่น หลังจากนั้นจึงจะกลับมาอาศัยอยู่ที่เดิม

จากการเก็บข้อมูลกลุ่มย่อย เมื่อวันที่  18 กุมภาพันธ์ 2562

ณ บ้านนายประพันธ์ ภาชู ต.หนองแค อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ พบปลาหนัง (ไม่มีเกล็ด) จำนวน 27 ชนิด และปลามีเกร็ด จำนวน 39 ชนิด รวม 66 ชนิด และบอกถึงแหล่งที่อยู่อาศัย ฤดูที่จับปลาได้ ช่วงเวลาที่วางไข่ อาหารของสัตว์น้ำ และเครื่องมือประมงที่ใช้ในการจับปลา

 

3. ชนิดพันธุ์ปลา วังปลาท่าหัวภูจากากรรวบรวมข้อมูลของคณะกรรมการวังปลาและชาวบ้านในชุมชน

ประเภทปลา วังปลาท่าหัวภู2

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ราบรื่นถกนัดแรกคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาเขื่อนหัวนา (กรณีสมัชชาคนจนเขื่อนหัวนา)

วันที่ 15 ม.ค.2563 ผู้ว่าราชการฯ นายวัฒนา พุฒิชาติ มอบหมาย นายสมชัย คล้ายทับทิม รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธาน ณ ศาลากลางจังหวัด สรุปภาพรวมมติที่ประชุมคณะอนุกรรมการฯ ราบรื่นเป็นไปตามแนวทางและมติที่คณะกรรมการแก้ไขปัญหาโครงการเขื่อนหัวนา (ชุดใหญ่) ที่มีรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ที่ประชุมเมื่อวันที่ 26 พ.ย.2562 ที่ผ่านมา วันนี้ที่ประชุมคณะอนุกรรมการฯ มีมติดังนี้ 1) แต่งตั้งคณะทำงานระดับอำเภอ 5 อำเภอ 2) แต่งตั้งคณะทำงานระดับตำบล 3) แต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบทรัพย์สิน 4)คณะทำงานตรวจสอบขอบเขตพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเพิ่ม(ค่าX)

“ประวิตร” นั่งประธาน ถก คณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติ ใช้กฎหมายเป็นธรรม มุ่งสู่การทำประมงยั่งยืน และเป็นสากล

การประชุมคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2563 วันที่ 8 มกราคม พ.ศ.2563 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ ทราบสถานการณ์ เกี่ยวกับการทำประมงและแรงงานภาคประมงในภาพรวมติดตามและตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง