วังปลาท่าวัดหนองโอง (แหล่งอนุรักษ์พันธุ์ปลาชุมชน)

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

โครงการศึกษาวิจัยพันธุ์ปลาเพื่อการอนุรักษ์ความหลากหลายพันธุ์ปลาในป่าบุ่งป่าทามแม่น้ำมูล (Research on fish reproduction for environmental conservation across the Mun River Basin)

องค์กรความร่วมมือ : Mekong Watch / สมาคมชุมชนประมงน้ำจืดภาคอีสาน (ศรีสะเกษ)

1. ประวัติความเป็นมา

บ้านหนองโอง หมู่ที่ 5 ตำบล โนนสัง อำเภอ กันทรารมย์ จังหวัด ศรีสะเกษ ตั้งขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 2300 โดย มีอัญญาเจ้าบุตร (อัญญา คือ พระยา ) ทายาทผู้ครองเมืองประจันตะคาม ประเทศลาว ได้อพยพหนีมาตามแม่น้ำโขง เข้ามาในแม่น้ำมูล จนมาถึงหนองผักแว่น (ฝั่งตรงข้ามกับบ้านหนองโองเขตตำบลหนองแก้ว ในปัจจุบัน) จึงได้ขึ้นฝั่งตั้งรกรากและเรียกชื่อบ้านตามนามของหนองน้ำ นามว่า “บ้านหนองผักแว่น” ขณะนั้นมี 24 ครัวเรือน

ภูมิประเทศของบ้านหนองผักแว่น (บ้านหนองโองในปัจจุบัน)

เดิมอยู่ฝั่งซ้ายมือของแม่น้ำมูล และอยู่ห่างแม่น้ำประมาณ 500 เมตรเป็นที่ดอน น้ำท่วมไม่ถึง  เหมาะกับการทำไร่  และอยู่ได้ประมาณ 20 ปี เกิดบ้านเดือด ผู้คนเจ็บไข้กันทั้งหมู่บ้าน ท่านอัญญาเจ้าบุตรจึงข้ามฝั่งแม่น้ำมูลมาดูทำเลที่ตั้งหมู่บ้านใหม่ ซึ่งอยู่ฝั่งตรงขามกับบ้านหนองผักแว่น เป็นทุ่งกว้างอุดมสมบูรณ์ สัตว์ป่าชุกชุม รายล้อมด้วยหนองน้ำน้อยใหญ่ ถัดมาทางด้านทิศตะวันออกของดงปู่ตาจึงเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านและเรียกชื่อบ้านตามชื่อหนอง ว่าบ้านหนององ หรือ หนองโอง ในปัจจุบัน โดยมีอาณาเขตดังนี้

ทิศเหนือ                 ติดกับ   แม่น้ำมูลต่อเขตตำบลหนองแก้ว อำเภอกันทรารมย์
ทิศใต้                     ติดกับ   บ้านหนองบัวไชวาน ตำบลโนนสัง อำเภอกันทรารมย์
ทิศตะวันออก           ติดกับ   บ้านหนองหวาย ตำบลโนนสัง อำเภอกันทรารมย์
ทิศทิศตะวันตก         ติดกับ   บ้านโนนสัง ตำบลโนนสัง อำเภอกันทรารมย์

ข้อมูลครัวเรือน / ประชากร

ครัวเรือน                    115     ครัวเรือน
จำนวนประชากร รวม     523     คน
ประชากรชาย              245     คน
ประชากรหญิง             278     คน

2. ระบบนิเวศและสภาพแวดล้อมบ้านหนองโอง

หมู่บ้านหนองโอง ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำมูล และเป็นหมู่บ้านที่อยู่บริเวณหน้าเขื่อนหัวนา โดยมีระยะทางห่างจากตัวเขื่อนตามถนนหมายเลข 226 ประมาณ 11 กิโลเมตร ชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพทำการเกษตร ได้แก่ การทำนา ปลูกไผ่ การเลี้ยงสัตว์ และการประมงพื้นบ้าน รวมทั้งการดำรงชีพด้วยการหาของป่าในพื้นที่ป่าชุมชนดงหนองข่า ภายในหมู่บ้านมีแหล่งน้ำทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่อยู่ในชุมชน พื้นที่ของหมู่บ้านมีลักษณะเป็นที่ราบลุ่ม มีทางน้ำไหลลัดเลาะหมู่บ้าน นอกจากนี้ ภายในหมู่บ้านยังมีผืนป่าจำนวน 2 แห่ง คือ ป่าดงหนองข่าและป่าห้วยขี้นาค ที่มีอุดมสมบูรณ์ด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่และไม้พุ่มที่กระจายตัวเป็นหย่อมๆ รวมทั้งป่าริมฝั่งแม่น้ำมูลที่อยู่ทิศตะวันออกของชุมชน ชาวบ้านประโยชน์ในพื้นที่แห่งนี้ในฐานะที่เป็นแหล่งหาอยู่หากินและดำรงชีพจากอดีตจนถึงปัจจุบัน

ท่ามกลางหนองน้ำเหล่านั้นมีหนองน้ำขนาดใหญ่อยู่แห่งหนึ่งเป็นแหล่งชุมนุมของละอง ละมั่ง จึงเรียกหนองน้ำแห่งนี้ว่า “หนองละอง” หรือ “หนองโอง” การย้ายข้ามฝั่งมาตั้งบ้านใหม่นั้น อัญญาเจ้าบุตรเลือกเอาริมฝั่งแม่น้ำมูลเป็นที่ตั้งหมู่บ้าน และยึดเอาป่าดิบแล้งที่กว้างใหญ่มีหนองน้ำอยู่กลางป่า ตรงหัวมุมโค้งหักศอกของแม่น้ำมูลและเป็นจุดที่น้ำลึกที่สุดในแถบนี้เรียกว่า “วังงัว” เป็นที่พึ่งทางใจ เป็นดงเจ้าปู่ หรือดงปู่ตา

ลักษณะพื้นที่ส่วนใหญ่ของหมู่บ้านเป็นที่ราบลุ่ม (ทาม) สลับกับพื้นที่โนนทาม มีห้วย หนอง และแม่น้ำมูล สภาพความอุดมสมบูรณ์ของดิน ดินทราย ดินร่วนปนทราย ดินเหนียวปนทราย และดินเหนียวล้วนอยู่คุ้งด้านในของแม่น้ำมูล สำหรับระบบนิเวศของแม่น้ำมูลบริเวณนี้ พบว่า แม่น้ำมูลบริเวณบ้านหนองโอง มีการไหลของน้ำที่คดโค้ง เกิดการกัดเซาะฝั่งบริเวณเดียวกันซ้ำๆ ทำให้ร่องน้ำบริเวณนี้มีความลึก และมีโขดหินขนาดใหญ่ใต้ท้องน้ำ คนท้องถิ่นเรียกพื้นที่นี้ว่า “วังงัว” คำว่า “งัว” ออกเสียงเรียกตามความท้องถิ่น หมายถึง “วัว”

มีเรื่องราวเล่าขานกันมาว่าวัวของชาวบ้านที่เลี้ยงไว้บริเวณนี้ มักจะมากินน้ำและหายตัวไปจากบริเวณนี้ เกิดขึ้นหลายครั้ง ชาวบ้านจึงสันนิฐานว่าวัวอาจจะตกลงไปบริเวณนี้ซึ่งมีน้ำวนและลึก จึงเป็นที่มาของชื่อวังงัว เนื่องจากการไหลของน้ำที่แรงได้นำพาตะกอนดินหรือทรายมาทับถม ในช่วงฤดูแล้งมักพบหาดทรายขนาดกว้างและมีความยาวขนานไปกับหมู่บ้าน กล่าวได้ว่าระบบนิเวศของแม่น้ำมูลในพื้นที่บ้านหนองโอง มีความหลากหลายเหมาะกับการตั้งถิ่นฐานของผู้คนเป็นอย่างยิ่ง

ลักษณะสภาพพื้นการใช้ประโยชน์และแหล่งทรัพยากรบ้านหนองโอง มีดังนี้

  1. หนองโอง เป็นหนองน้ำสาธารณะอยู่ทางทิศใต้ของหมู่บ้าน มีพื้นที่รับน้ำ 21 ไร่ รอบหนองเป็นพื้นที่ราบลุ่มและเป็นที่นา ชาวบ้านใช้ประโยชน์ในการจับสัตว์น้ำและนำต้นกก ผือ มาทอเสื่อไว้ใช้ในครัวเรือนและจำหน่าย ถือเป็นแหล่งรายได้ของชุมชน
  2. หนองข่า เป็นหนองน้ำซึ่งอยู่กลางป่าชุมชน ดงหนองข่า เนื้อที่ 217 ไร่ แต่เดิมหนองข่าเป็นหนองน้ำ มีรูปทรงตามธรรมชาติ มีความหลากหลายทางชีวภาพ ชาวบ้านสามารถเข้าใช้ประโยชน์ได้อย่างสะดวก แต่เมื่อปี 2542 มีการขุดลอกหนองน้ำให้เป็นรูปสี่เหลี่ยม และมีขนาดลึกมาก ทำให้ระบบนิเวศในหนองน้ำเปลี่ยนแปลงไป ชาวบ้านไม่สามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ได้ ปัจจุบัน หนองข่าเป็นเพียงแหล่งน้ำรูปสี่เหลี่ยมที่ตั้งอยู่กลางป่า เท่านั้น
  3. ปากฮองข่า มีความลึกประมาณ 4.6 เมตร มีแหนใต้น้ำเป็นบริเวณกว้าง เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำขนาดเล็ก ในช่วงหน้าแล้งชาวบ้านจะใช้ประโยชน์ในพื้นที่นี้เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมเนาแม่น้ำ “พิธีเนา” ชาวบ้านประกอบพิธีเนาในช่วงปลายเมษายนหรือช่วงต้นพฤษภาคม แล้วแต่ความสะดวกของชุมชน แต่จะทำช่วงหลังสงกรานต์ ในอดีตนั้นช่วงเดือนเมษายนจะเป็นช่วงที่ระดับน้ำในแม่น้ำมูลลดลง จะเห็นหาดทรายมีบริเวณกว้างและยาว ชาวบ้านจะใช้สถานที่นี้เป็นสถานที่ในการประกอบพิธีกรรมเนา การเนาแต่ละครั้งสามารถที่จะรวมชาวบ้านได้ประมาณ 70 เปอร์เซ็น ทั้งเด็ก-ผู้ใหญ่ ก่อนการเนา 1 วัน ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นผู้ชายจะลงหาปลาในแม่น้ำมูลเพื่อเตรียมมาประกอบอาหารสำหรับเลี้ยงเพลพระ ผู้ใหญ่ไชยา จันตรี เล่าว่า “แต่ก่อนนั้น พิธีเนาสนุกมาก โดยเฉพาะช่วงก่อนวันเนา เป็นวันที่ชาวบ้านช่วยการเตรียมของและช่วยการหาปลา ผู้หญิงจะช่วยทำกับเตรียมอาหาร และเป็นค่ำคืนของพบปะพูดคุยสนุกสาน”
  4. ห้วยขี้นาค หนองส่าวเอียน หนองเปื่อย และหนองป่าแซง เป็นหนองน้ำที่อยู่ในเขตป่าบุ่งป่าทาม และในน้ำจะเต็มไปด้วยตอต้นหว้าที่ถูกน้ำท่วมยืนต้นตาย ชาวบ้านใช้ประโยชน์โดยได้อาศัยน้ำในการทำนา ปัจจุบันพื้นที่ทามและลำห้วยได้ถูกพัฒนาแหล่งน้ำด้วยการสร้างฝายและขุดลอกห้วยขี้นาคโดยชลประทานจังหวัดศรีสะเกษ
  5. ฮองท่าศาลา หรือท่าลานข้าว มีลักษณะเป็นฮ่อง (ร่องน้ำ) ที่เชื่อมต่อระหว่างห้วยขี้นาคกับแม่น้ำมูล เป็นทางน้ำไหลที่มีปลาชุกชุม ในอดีตบริเวณท่าศาลายังเป็นท่าเรือที่ชาวบ้านใช้เป็นท่าข้ามฟากไปยังบ้านกอกและหมู่บ้านใกล้เคียง
  6. ป่าชุมชนดงหนองข่า อยู่ทางทิศตะวันตกของหมู่บ้าน มีเนื้อที่ประมาณ เนื้อที่ 217 ไร่ 1 งาน 62 ตารางวา สภาพป่ามีความอุดมสมบูรณ์ มีพรรณไม้หลายชนิด เช่น ยาง ลำดวน ประดู่ ชาด สะแบง เป็นต้น ดงหนองข่าถือว่าเป็นฐานเศรษฐกิจของชาวบ้าน เพราะเป็นทั้งแหล่งอาหารและแหล่งสร้างรายได้

7.วังหินสูง มีความลึกของร่องน้ำประมาณ 8.5 เมตร มีลักษณะเป็นโขดหินสูง เป็นที่อยู่อาศัยและที่หลบซ่อนของสัตว์น้ำ ชาวบ้านเล่าว่าในช่วงฤดูน้ำลดจะสามารถจับปลาบริเวณนี้ได้เป็นจำนวนมาก

8.ท่าวังงัว เป็นบริเวณที่มีน้ำลึก ใต้ท้องน้ำมีโขดหินและหาดทรายสลับกันไปมา

9.จอมธาตุ มีลักษณะเป็นหินสูง คล้ายกับธาตุ ชาวบ้านเรียกว่าพื้นที่นี้จอมธาตุ

10.ตาดท่าหลวง อยู่ใกล้กับท่าวัด มีลักษณะโขดหินสลับกับหาดทราย ในอดีตชาวบ้านใช้เป็นท่าเรือข้ามฟากไปยังอีกฝั่งหนึ่ง

  1. ป่าบุ่งป่าทาม อยู่ทางทิศตะวันออกของหมู่บ้าน มีเนื้อที่ประมาณ 300 ไร่ ในอดีต มีความอุดมสมบูรณ์อย่างยิ่ง ชาวบ้านสามารถเข้าใช้ประโยชน์ ทั้งการเก็บของป่า ทำนาทามและการเลี้ยงวัว-ควาย และชาวบ้านได้จัดสรรพื้นที่ในการใช้ประโยชน์ไว้อย่างเป็นสัดเป็นส่วน

จากสภาพพื้นที่และการใช้ประโยชน์ของชาวบ้านหนองโอง

พบว่า การดำรงชีพของชุมชนในอดีตนั้น ได้พึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติเป็นหลัก โดยเฉพาะแม่น้ำมูลและพื้นที่ป่าบุ่งป่าทาม กระทั่งเกิดเป็นวิถีวัฒนธรรมที่สัมพันธ์กับระบบนิเวศท้องถิ่น เช่น พิธีเนาแม่น้ำ ด้วยความหลากหลายของระบบนิเวศและความหลากหลายของสัตว์น้ำ ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำได้เกิดการเรียนรู้และสังเกตพฤติกรรมปลา ที่อยู่อาศัยของปลา ฤดูกาลมาของน้ำ นำมาสู่การพัฒนาเครื่องมือประมงในการเข้าถึงทรัพยากรสัตว์น้ำ จากการเก็บข้อมูลเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2561 ณ ศาลากลางบ้านหนองโอง ต.โนนสัง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ พบ ปลาหนัง (ไม่มีเกล็ด) จำนวน 24 ชนิด และปลามีเกร็ด จำนวน 35 ชนิด รวม 59 ชนิด และบอกถึงแหล่งที่อยู่อาศัย ฤดูที่จับปลาได้ ช่วงเวลาที่วางไข่ อาหารของสัตว์น้ำ และเครื่องมือประมงที่ใช้จับปลา

หลังจากได้มีการริเริ่มจัดตั้งวังปลาชุมชน พบว่า มีปลามักโมงหางแดง มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในพื้นที่วังปลาแห่งนี้

(ปลามักโมงหางแดง มีรสชาติอร่อย ชาวบ้านนิยมนำมาปิ้งกินร้อนๆ จิ้มน้ำพริกกินกับข้าว )

ชนิดปลา วังปลาท่าวัดหนองโอง
ปลามักโมงหางแดง เป็นปลาที่พบมากในพื้นที่วังปลาแห่งนี้

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ราบรื่นถกนัดแรกคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาเขื่อนหัวนา (กรณีสมัชชาคนจนเขื่อนหัวนา)

วันที่ 15 ม.ค.2563 ผู้ว่าราชการฯ นายวัฒนา พุฒิชาติ มอบหมาย นายสมชัย คล้ายทับทิม รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธาน ณ ศาลากลางจังหวัด สรุปภาพรวมมติที่ประชุมคณะอนุกรรมการฯ ราบรื่นเป็นไปตามแนวทางและมติที่คณะกรรมการแก้ไขปัญหาโครงการเขื่อนหัวนา (ชุดใหญ่) ที่มีรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ที่ประชุมเมื่อวันที่ 26 พ.ย.2562 ที่ผ่านมา วันนี้ที่ประชุมคณะอนุกรรมการฯ มีมติดังนี้ 1) แต่งตั้งคณะทำงานระดับอำเภอ 5 อำเภอ 2) แต่งตั้งคณะทำงานระดับตำบล 3) แต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบทรัพย์สิน 4)คณะทำงานตรวจสอบขอบเขตพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเพิ่ม(ค่าX)

“ประวิตร” นั่งประธาน ถก คณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติ ใช้กฎหมายเป็นธรรม มุ่งสู่การทำประมงยั่งยืน และเป็นสากล

การประชุมคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2563 วันที่ 8 มกราคม พ.ศ.2563 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ ทราบสถานการณ์ เกี่ยวกับการทำประมงและแรงงานภาคประมงในภาพรวมติดตามและตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง