“หัวคันนาทองคำ”เทคนิคการปรับพื้นที่แปลงเกษตรเพื่อการใช้ประโยชน์สูงสุด

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

“หัวคันนาทองคำ” คือส่วนหนึ่งในการออกแบบพื้นที่ด้วย โคก หนอง นา โมเดล คือการนำเอาทฤษฎีใหม่มาปรับใช้ออกแบบแปลงเกษตรให้เหมาะสมตามสภาพพื้นที่หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า การออกแบบตามหลักภูมิสังคม เพื่อให้เกิดการใช้พื้นที่ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและช่วยเรื่องของการจัดการน้ำให้เพียงพอต่อการทำการเกษตรตลอดทั้งปี การออกแบบพื้นที่ตามหลักภูมิสังคมนั้นสามารถตอบสนองเรื่องการพึ่งตนเองที่ไม่ใช่เพียงการทำเกษตรเชิงเดี่ยวเพียงอย่างเดียว แต่นำเอาหลักการของการปลูกพืชผสมผสานเพื่อให้เกิดระบบนิเวศที่เกื้อกูล  โดยเกษตรกรจะต้องรู้ลักษณะพื้นที่แปลงเกษตรของตนเองว่าเป็นแบบใด เช่น ที่ราบลุ่มน้ำท่วม พื้นที่โคก ฯ นอกจากนี้ยังต้องเรียนรู้ทิศทางการพัดของลม โดยมากประเทศไทยได้รับอิทธิพพลจากร่องมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ส่วนลมที่พัดมาแล้วก่อให้เกิดความเสียหายคือลมที่มาจากทางประเทศฟิลิปปินส์  ลมหนาวมาจากทางประเทศจีนทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ด้วยเหตุนี้พื้นที่ในประเทศไทยจึงมีสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสำหรับการปลูกพืชอาหาร

เมื่อรู้จักพื้นที่และทิศทางของร่องมรสุมแล้วสามารถอกแบบตามความเหมาะสมของพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น การขุดหนองเป็นหลุมขนมครกขนาดเล็กใหญ่ต่างกันตามขนาดของพื้นที่เพื่อนำเอาดินมาถมเป็นพื้นที่โคก โดย การสร้างพื้นที่โคกก็เพื่อเป็นที่สำหรับที่อยู่อาศัย เพื่อหลบภัยให้กับสัตว์เลี้ยง และปลูกป่าเพื่อนำไม้มาใช้ ประโยชน์ นอกจากการขุดหนองแล้วจะต้องทำการขุดคลองไส้ไก่เชื่อมกับหนองน้ำเหล่านั้นประโยชน์อีกอย่างก็คือการเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยการขุดคลองไส้ไก่จะต้องขุดให้ มีลักษณะคดโค้ง ให้มีความตื้น ความลึก ต่างกันไปตามธรรมชาติ เมื่อได้คลองไส้ไก่แล้วจะเริ่มทำหัวคันนาทองคำ ทำโดยการปลูกป่า ๓ อย่าง เพื่อการใช้ประโยชน์ ๔ อย่างลงไป

ป่า ๓ อย่าง คือ

๑.) ป่าไม้ใช้สอย เช่น สะเดา ไผ่ เป็นพืชลักษณะโตเร็ว เพื่อใช้ในครัวเรือน

๒.) ป่าไม้กินได้ เช่น ไม้ผลชิดต่างๆ มะม่วง มะปราง มะไฟ ขนุน ฯ

๓.) ไม้เศรษฐกิจ คือไม้ที่ปลูกเอาไว้ขาย เช่น ไม้สัก พยูง

ประโยชน์ ๔ อย่าง จำแนกได้ดังนี้

๑) ป่าไม้ใช้สอย สามารถนำมาสร้างบ้าน สร้างโรงเรือน ทำเฟอร์นิเจอร์ แปรรูปเป็นงานหัตถกรรม ทำเชื้อเพลิงสำหรับหุงต้ม

๒) ป่าไม้กินได้ นำมาเป็นอาหารและสมุนไพร

๓) ป่าไม้เศรษฐกิจเป็นแหล่งรายได้ของครอบครัวควรปลูกพืชที่หลากหลาย

๔) ประโยชน์ในการอนุรักษ์ดินและน้ำ การปลูกพืชหลากหลายอย่างเป็นระบบจะช่วยสร้างสมดุลของ ระบบนิเวศในสวนช่วยปกป้องผิวดินให้มีความชุ่มชื่น ดูดซับน้ำฝน และค่อยปลดปล่อยความชื่นสู่สวนเกษตรกรรม

ขั้นตอนการทำคันนาทองคำ

๑.) ออกแบบลักษณะของคันนา ความลึกที่จะใช้ขุดเป็นคลอง และความยาวเชื่อมกับหนองน้ำในแปลง

๒) เริ่มขุดตามแปลนที่วางไว้โดยที่ความกว้างของคลองไส้ไก่ควรจะกว้างประมาณ ๑ เมตร ลึกประมาณ ๘๐ เซนติเมตร ลักษณะของคลองไส้ไก่จะต้องมีความคดโค้ง มีจุดที่ตื้นลึกต่างกันและมีคันคูกั้นน้ำ ประโยชน์ของคลองไส้ไก่ คือใช้สำหรับเป็นทางน้ำไหลเชื่อมและสร้างความชุ่มชื้นในแปลงเกษตร ความคดโค้งของคลองจะช่วยชะลอความเร็วของน้ำในฤดูน้ำหลากไม่ให้ไหลเร็วจนเกิดการกัดเซาะและพังทลายของหน้าดิน อีกทั้งยังเป็นที่อยู่หลบภัยของพันธุ์ปลา เมื่อปลูกไม้บนคันนาจะเกิดร่มเงาซึ่งเอื้อให้เกิดพืชอาหารของปลาได้

๓.) นำเอาดินที่ขุดคลองไส้ไก่มาปั้นคันนาให้มีความกว้างอย่างน้อยประมาณ ๒ เมตร ปลูกหญ้าแฝกเพื่อให้แฝกได้ยึดหน้าดินและช่วยปรับดินไปในตัว เนื่องจากคุณสมบัติของหญ้าแฝกนั้นเป็นหญ้าที่มีรากยาวสามารถดูกินสาอาหารได้ไกลจะช่วยสร้างแร่ธาตุในดินและปรับปรุงดินให้มีคุณภาพดีขึ้นได้

๔.) ปลูกไม้ ๓ อย่าง ประโยชน์ ๔ อย่าง ตามความต้องการลงไป

๕.) ทำการห่มดิน โดยหลังจากที่เราปลูกไม้ ๓ อย่าง ประโยชน์ ๔ อย่างแล้วให้ทำการนำฟางมาคลุมคันนาความหนาพอสมควร เพื่อเป็นการรักษาความชื่นหน้าดิน โปรยด้วยปุ๋ยคอก จากนั้นให้ทำการรดด้วยน้ำหมักชีวภาพสัดส่วน ๑: ๒๐ คือ น้ำหมัก ๑ ช้อนโต๊ะต่อน้ำ ๒๐ ลิตร รดให้ทั่ว เป็นอันเสร็จส้นขั้นตอนการทำคันนาทองคำ

ประโยชน์ของฟางข้าว ฟางข้าวเป็นวัตถุดิบตั้งต้นในการผลิตปุ๋ยชั้นดี เพราะว่ามีสารอาหารสำคัญที่พืชต้องการ เช่น แคลเซียม ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส การนำเอาฟางข้าวมาใช้เพื่อคลุมดินจึงทำให้ดินสมบูรณ์และช่วยให้พืชเจริญเติบโตได้ดี นอกจากนี้ฟางข้าวยังมีส่วนช่วยในการปรับโครงสร้างของดินที่มีความเป็นกรดเป็นด่างสูงให้เกิดความสมดุล หากนำฟางคลุมหน้าดิน ฟางข้าวจะทำหน้าที่ในการรักษาหน้าดินตามธรรมชาติ ไม่ให้หน้าดินเสื่อมสลายไป การนำฟางมาคลุมดินจะทำให้เกิดชั้นดินอีกชั้นหนึ่ง ป้องกันวัชพืชได้ด้วย

 

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ราบรื่นถกนัดแรกคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาเขื่อนหัวนา (กรณีสมัชชาคนจนเขื่อนหัวนา)

วันที่ 15 ม.ค.2563 ผู้ว่าราชการฯ นายวัฒนา พุฒิชาติ มอบหมาย นายสมชัย คล้ายทับทิม รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธาน ณ ศาลากลางจังหวัด สรุปภาพรวมมติที่ประชุมคณะอนุกรรมการฯ ราบรื่นเป็นไปตามแนวทางและมติที่คณะกรรมการแก้ไขปัญหาโครงการเขื่อนหัวนา (ชุดใหญ่) ที่มีรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ที่ประชุมเมื่อวันที่ 26 พ.ย.2562 ที่ผ่านมา วันนี้ที่ประชุมคณะอนุกรรมการฯ มีมติดังนี้ 1) แต่งตั้งคณะทำงานระดับอำเภอ 5 อำเภอ 2) แต่งตั้งคณะทำงานระดับตำบล 3) แต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบทรัพย์สิน 4)คณะทำงานตรวจสอบขอบเขตพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเพิ่ม(ค่าX)

“ประวิตร” นั่งประธาน ถก คณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติ ใช้กฎหมายเป็นธรรม มุ่งสู่การทำประมงยั่งยืน และเป็นสากล

การประชุมคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2563 วันที่ 8 มกราคม พ.ศ.2563 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ ทราบสถานการณ์ เกี่ยวกับการทำประมงและแรงงานภาคประมงในภาพรวมติดตามและตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง