เตรียมจอบแรกโคกหนองนา การจัดการน้ำขนาดเล็ก นำร่อง จ.สุรินทร์

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

 รมช.กษ.ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร (อ.ยักษ์) ร่วมกิจกรรมเอามื้อสามัคคี

กำหนดการวันที่ 25 พ.ค.2562 รมช.กษ.ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร หรืออาจารย์ยักษ์ เป็นประธานเปิดโครงการชลประทานเกษตรทฤษฎีใหม่ประยุกต์ เพื่อพัฒนาอาชีพในเขตพื้นที่เขื่อนราษีไศลและเขื่อนหัวนา โดยจะมีกิจกรรมเอามื้อสามัคคีลงจอบแรก ร่วมกันลงแขกขุดคลองไส่ไก่และทำคันนาทองคำ แปลงนาของนางผ่องศรี โกศล เกษตรกรชาวบ้านหาญฮี ตำบลดอนแรด อำเภอรัตบุรี จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งพื้นที่ 6 ไร่ ซึ่งเป็นแปลงแรกของโครงการ ทั้งนี้โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามูลล่าง รับผิดชอบดำเนินการ จำนวน 67 แปลง ใน 3 จังหวัด สุรินทร์ ร้อยเอ็ด และศรีสะเกษ

ผลจากการที่ รมช.กษ.วิวัฒน์ ศัลยกำธร และสมาคมคนทาม ได้ร่วมกันผลักดันโครงการเพื่อฟื้นฟูวิถีชีวิตและอาชีพชุมชน ผ่านคณะกรรมการแก้ไขปัญหาผลกะรทบจากเขื่อนราษีไศลและเขื่อนหัวนา ที่มีรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ช่วงปลายปี 2561 ต่อมาจึงได้มติ ครม. เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2562 อนุมัติให้กรมชลประทานสามารถดำเนินการตาม “โครงการชลประทานเกษตรทฤษฎีใหม่ประยุกต์ เพื่อพัฒนาอาชีพในเขตพื้นที่เขื่อนราษีไศลและเขื่อนหัวนา จังหวัดศรีสะเกษ ระยะที่ 1” ด้วยงบประมาณ 13 ล้านบาท มีพื้นที่เป้าหมายโครงการ 500 ไร่

วันนี้ 22 พ.ค.2562 กรมชลประทานจึงได้มีการเริ่มดำเนินการนำเครื่องจักกลหนักลงมาพื้นที่แปลง

โดยมีเป้าหมายเพื่อเตรียมพื้นที่ในการจัดกิจกรรมเอามื้อสามัคคีลงจอบแรก ขุดคลองไส่ไก่ คาดว่าจะมีเกษตรกรที่ผ่านการอบรม และเกษตรกรที่สนใจเข้าร่วมเอามื้อสามัคคีจำนวนกว่า 300 คน

นายประดิษฐ์ โกศล อุปนายกสมาคมคนทาม

พอใจมากที่เกิดโครงการดีๆแบบนี้ให้เกษตรกรได้สามารถเข้าถึงงบประมาณที่จะมาช่วยหนุนเสริมในการปรับเปลี่ยนวิถีการผลิตได้อย่างแท้จริง โดยเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการนี้ จะต้องผ่านกระบวนการอบรมอย่างเข้มข้นหลักสูตร 3 วัน 2 คืน เพื่อให้สามารถนำเอาความรู้จากการอบรมมาปรับใช้ในการริเริ่มกิจกรรมในแปลงนาได้ เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจะต้องมีความตั้งใจจริง ในการปรับวิถีการผลิตจึงจะสามารถบรรลุเป้าหมายสู่การพึ่งพาตนเองได้ทั้งในปัจจุบันและอนาคต…นายประดิฐ์ กล่าว

นายภานรินทร์ ภานุพินทุ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามูลล่าง

โครงการนี้ถือว่ากรมชลประทานมีความพยายามเต็มที่ ที่จะสนับสนุนและฟื้นฟูวิถีชีวิตผู้ได้รับผลกระทบจากเขื่อนราษีไศลและเขื่อนหัวนา โดยให้เกษตรกรสมัครใจเข้าร่วมโครงการ และที่สำคัญจะต้องมีเอกสารสิทธิ์ที่ดิน เพราะเป็นหลักการจากคณะกรรมการแก้ไขปัญหาเขื่อนราษีไศลได้กำหนดเอาไว้ ในฐานผู้ดำเนินการหลักจะพยายามดำเนินการให้ได้ตามที่เกษตรกรต้องการ โดยการออกแบบร่วมกันกับสถาปนิคของกรมชลประทาน ที่สำคัญโครงการนี้เป็นโครงการแรกของประเทศก็ว่าได้ จึงอาจจะเกิดปัญหาอุปสรรคหลายด้าน ดังนั้นทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกันทั้งภาครัฐและภาคประชาชนในพื้นที่…นายภานรินทร์ กล่าว

นายปัญญา คำลาภ ผู้ประสานงานโครงการ

จากการฝึกอบรมเข้มได้ทำให้เกษตรกรทุกคนที่เข้าร่วมโครงการได้เรียนรู้และมองเห็นอนาคตของภาคการเกษตรที่จะต้องเดินไปสู่วิถีการผลิตแบบผสมผสาน เพื่อให้พอกิน พอใช้ พออยู่และพอร่มเย็น จึงจะนำไปสู่การ ทำบุญ ทำทาน เก็บออม ขายสร้างรายได้ และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างเกษตรกรด้วยกัน

เนื่องจากโครงการนี้เป็นเรื่องใหม่ต่อการรับรู้ของเกษตรกรในพื้นที่ลุ่มน้ำมูนตอนกลาง ยังมีเกษตรกรหลายคนที่ยังไม่เข้าใจกระบวนการ วิธีการ เพราะจะต้องมีการปรับเปลี่ยนทางกายภาพของพื้นที่แปลงนาเกือบทั้งหมด ระยะที่ 1 ของโครงการคือการปรับปรุงทางกายภาพในแปลงนา เพื่อสร้างพื้นที่รูปธรรมให้มีความหลากหลาย มีโคก มีหนอง มีสวน มีนา ส่วนระยะที่ 2 คือระยะส่งเสริมความรู้และเทคนิดด้านการเกษตรที่เกษตรกรต้องเพิ่มเติม เช่น การทำนาข้าวต้นเดียว การขยายพันธุ์ไม้ การเพาะเลี้ยงปศุสัตว์ในแปลง เลี้ยงปลา เป็นต้น…

นี้คือการจัดการน้ำขนาดเล็กในแปลงนาที่เกษตรกรสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้จริง ภาครัฐควรมีการขยายแนวทางนี้ไปสู่เกษตรกรราย ย่อยอื่นๆที่มีความสนใจปรับเปลี่ยนวิถีการผลิตทั้งระบบ เพื่อเข้าสู่ระบบเกษตรกรรมยั่งยืนที่ไม่ใช้สารเคมีทุกชนิดทุกขั้นตอน…นายปัญญา กล่าว

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ราบรื่นถกนัดแรกคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาเขื่อนหัวนา (กรณีสมัชชาคนจนเขื่อนหัวนา)

วันที่ 15 ม.ค.2563 ผู้ว่าราชการฯ นายวัฒนา พุฒิชาติ มอบหมาย นายสมชัย คล้ายทับทิม รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธาน ณ ศาลากลางจังหวัด สรุปภาพรวมมติที่ประชุมคณะอนุกรรมการฯ ราบรื่นเป็นไปตามแนวทางและมติที่คณะกรรมการแก้ไขปัญหาโครงการเขื่อนหัวนา (ชุดใหญ่) ที่มีรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ที่ประชุมเมื่อวันที่ 26 พ.ย.2562 ที่ผ่านมา วันนี้ที่ประชุมคณะอนุกรรมการฯ มีมติดังนี้ 1) แต่งตั้งคณะทำงานระดับอำเภอ 5 อำเภอ 2) แต่งตั้งคณะทำงานระดับตำบล 3) แต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบทรัพย์สิน 4)คณะทำงานตรวจสอบขอบเขตพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเพิ่ม(ค่าX)

“ประวิตร” นั่งประธาน ถก คณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติ ใช้กฎหมายเป็นธรรม มุ่งสู่การทำประมงยั่งยืน และเป็นสากล

การประชุมคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2563 วันที่ 8 มกราคม พ.ศ.2563 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ ทราบสถานการณ์ เกี่ยวกับการทำประมงและแรงงานภาคประมงในภาพรวมติดตามและตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง